สาระน่ารู้
วันที่ 6 เดือน 6 อายุ 6 ขวบ : วันแห่งการเรียนศิลปะวิชาการ


สาระน่ารู้ และเรื่องดีๆ
>เสียงขุ่นนาสิก : か° き° く° け° こ° สุโก้ย หรือ สุโง่ย
>การบ้านกอด
>ซื้อ? ไม่ซื้อ?
>สัญญา 18 ข้อ ในการใช้ iPhone ระหว่างแม่กับลูกชาย
>25 เรื่องที่เสียใจในยามเสียชีวิต
>การใช้คำว่า ~ている และ ~てある
>ไม่เปิดพจนานุกรม ก็อ่านคันจิได้นะครับ
>มารยาทในการใช้บันไดเลื่อนของชาวญี่ปุ่นที่กำลังเปลี่ยนไป
>วิธีออกเสียง za, ji, zu, ze, zo
>ทำไมคำช่วย は จึงออกเสียงว่า wa
>เด็กหญิงซาดาโกะ กับนกกระเรียนพันตัว
>25 ข้อของหญิงขี้เหร่
>ทำไมคันจิของญี่ปุ่นจึงมีเสียง onyomi หลายเสียง
>55 เรื่องที่ชาวญี่ปุ่นอยากทำก่อนที่พ่อแม่จะเสียชีวิต
>サーカスの象 : ช้างละครสัตว์
>Yubi ori : การนับนิ้วของคนญี่ปุ่น
>วันที่ 6 เดือน 6 อายุ 6 ขวบ : วันแห่งการเรียนศิลปะวิชาการ
>Amida kuji การจับฉลากในสไตล์ของชาวญี่ปุ่น
>เหตุผล 7 ข้อ ที่ชาวต่างชาติคิดว่าภาษาญี่ปุ่นยาก
>เหตุผล 5 ข้อ ที่ชาวต่างชาติคิดว่าภาษาญี่ปุ่นง่าย
>การจับปลาด้วยนกกาน้ำ (鵜飼い : ukai)
>การกล่าวขอโทษด้วยคำว่า sumimasen และ gomennasai
>ธงปลาคาร์ฟ (Koi Nobori) และประเพณีในวันของเด็กผู้ชาย
>กฎหมายเมาแล้วขับ : แค่นั่งไปด้วยก็ติดคุก 3 ปี
>O hanami : เทศกาลชมดอกซากุระ
>มารยาทในการรับประทานอาหารญี่ปุ่น
>ปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว : ความเชื่อหรือความจริง
>"ตำนานลับ" ของเป็ดแมนดาริน
>Dango san kyoudai เพลงเด็กอนุบาลที่ขายดีกว่า AKB48 ถึง 2 เท่า
>การให้ช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์ของญี่ปุ่น
>วิธีออกเสียงในภาษาญี่ปุ่นให้ถูกต้อง [กระทู้แนะนำ]
>การทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ
>กว่าจะมาเป็นเนื้อวัวที่แพงที่สุดในโลก
>"แมลง" กับความเชื่อของคนญี่ปุ่น
>ชาวญี่ปุ่นเขาทำอะไรในวันขึ้นปีใหม่




วันที่ 6 เดือน 6 อายุ 6 ขวบ : วันแห่งการเรียนศิลปะวิชาการ
โดย Webmaster : อ่าน 24885 ครั้ง

ธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่สืบทอดมาจากอดีตของชาวญี่ปุ่น คือ การให้เด็กได้เริ่มเรียนศิลปะวิชาการ ตั้งแต่วันที่ 6 เดือน 6 ในปีที่อายุ 6 ขวบ โดยมีความเชื่อว่า จะทำให้เด็กสามารถพัฒนาศิลปะวิชาการนั้นได้เป็นอย่างดี

ธรรมเนียมนี้เล่ากันว่า เกิดจากที่มา 2 ประการ คือ
  1. ในยุคสมัยเอโดะ ลูกของชาวบ้านสามัญชน จะได้เข้าเรียนในสถานศึกษา เรียกว่า terakoya (寺子屋) หรือบ้านเด็กวัด โดยจะมีนักรบ แพทย์ และพระในศาสนาพุทธและชินโต เป็นอาจารย์สอนวิธีการเขียนอ่านหนังสือ และการคำนวณโดยใช้ลูกคิด

    ซึ่งในอดีต การรับเด็กเข้าเรียนใน terakoya นี้ จะเริ่มในวันมะเมีย เดือนกุมภาพันธ์ (初午 : hatsu uma) ตามปีจันทรคติ

    ในสมัยเอะโดะนี้ สิ่งบันเทิงเริงรมย์ที่ถือว่าดีที่สุด คือ ละครคาบุกิ

    โดยคำพูดหรือบทกลอนในละครคาบุกินี้ นิยมเล่นคำ โดยการใช้คำที่ซ้ำๆกัน หรือคำที่ออกเสียงพ้องกัน

    ดังนั้นรัฐบาลทหารในช่วงปลายสมัยเอะโดะ จึงได้เปลี่ยนวันที่เข้าเรียนใน terakoya จากเดิม มาเป็นวันที่ 6 เดือน 6 เพื่อให้มีเสียงพ้องกัน

  2. ข้อสันนิษฐานอีกประการหนึ่งคือ วิธีการนับนิ้วตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น ที่เรียกว่า yubi ori (指折り) ซึ่งเป็นวิธีการนับ 1-10 ด้วยมือข้างเดียว

    เมื่อนับไปถึงเลข 6 มือจะอยู่ในสภาพกำมือ แล้วชูนิ้วก้อยขึ้น 1 นิ้ว


นิ้วก้อย ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ko yubi (小指) หรือแปลตามอักษรคันจิว่า "นิ้วเด็ก"

ส่วนนิ้วหัวแม่มือ ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า oya yubi (親指) หรือแปลตามตัวอักษรคันจิว่า "นิ้วพ่อแม่"

ดังนั้น การกำมือแล้วชูนิ้วก้อยขึ้น 1 นิ้ว จึงเปรียบเสมือนอาการที่เด็กลุกขึ้นยืนเพียงลำพัง และพร้อมที่จะพ้นจากการดูแลของพ่อแม่ เพื่อเข้ารับการศึกษา

ดังนั้น ในวันที่ 6 เดือน 6 ในปีที่เด็กมีอายุ 6 ขวบ จึงถือว่าเป็นวันตามประเพณีนิยมที่จะให้เด็กได้เข้ารับการศึกษาศิลปะและวิชาการต่างๆ

สำหรับเด็กผู้หญิงที่ไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียน terakoya พ่อแม่จะพาไปเข้าเรียนศิลปะแขนงต่างๆ อาทิเช่น การดนตรี การขับร้อง การรำ การจัดดอกไม้ เพื่อให้เด็กผู้หญิงมีศิลปะติดตัว เป็นหลักประกันในอนาคต

ปัจจุบัน วันที่ 6 เดือนมิถุนายน ถือว่าเป็นวันแห่งการศึกษาศิลปะวิชาการ (稽古の日 : keiko no hi)ประกอบด้วย
  • วันแห่งเครื่องดนตรี (楽器の日 : gakki no hi)
  • วันแห่งดนตรีทางวัฒนธรรม (邦楽の日 : hougaku no hi)
    อาทิ ซอ shamisen ขิม และ ขลุ่ยผิว เป็นต้น
  • วันแห่งการจัดดอกไม้ (生け花の日 : ikebana no hi)


ในปี 2011 เว็บไซต์ happy-note.com ได้ทำการสำรวจผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในวัยประถมศึกษาตอนต้น (6-7 ขวบ) ว่าต้องการให้บุตรหลานได้รับการเรียนรู้ด้านใดเพิ่มเติม

ผลจากการสำรวจ 5 อันดับแรก เป็นดังนี้

แม้ว่าศาสตร์และศิลป์ ที่พ่อแม่ในปัจจุบันอยากให้บุตรหลานได้ร่ำเรียน จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ก็ยังคงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหลักประกันที่ยั่งยืนให้กับบุตรหลานในอนาคต ซึ่งไม่ต่างจากพ่อแม่ในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อนเช่นเดียวกัน

Webmaster
วันที่ 6 เดือน 6 พศ. 2666



เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเอง
website    facebook    youtube    E-mail

Copyright © J-Campus.com