ซาซากิ ซาดาโกะ (1943-1955)

วันที่ 6 สิงหาคม คศ.1945

B29 ที่บรรทุกระเบิดปรมาณูได้ทะยานขึ้นจากเกาะ Tinian มุ่งไปยังประเทศญี่ปุ่น

ตอนนั้น ซากาโกะอายุ 2 ขวบ กำลังทานอาหารเช้ากับครอบครัว

บ้านซาดาโกะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของระเบิด 1.6 กิโลเมตร

ซาดาโกะถูกแรงลมระเบิด พัดกระเด็นไปไกลกว่า 3 เมตร

และเปียกฝนกัมมันตรังสีระหว่างที่อพยพหนี

หลังจากนั้น ซาดาโกะเติบโตขึ้นโดยมีสุขภาพแข็งแรง

ซาดาโกะมีทักษะด้านกีฬาทุกๆอย่าง และวิ่งได้เร็วที่สุด

ทีมห้องต้นไผ่ของซาดาโกะส่งไม้พลาด ในการแข่งวิ่งผลัดในงานกีฬาฤดูใบไม้ผลิ จึงกลายเป็นอันดับสุดท้าย

ซาดาโกะและเพื่อนๆรู้สึกเจ็บใจ จึงซ้อมวิ่งผลัดอย่างหนักหลังเลิกเรียน

การแข่งวิ่งผลัดในงานกีฬาฤดูใบไม้ร่วง ห้องต้นไผ่พิชิตชัยชนะอย่างขาดลอย ทิ้งห่างมากกว่าครึ่งรอบสนาม

แต่หลังจากนั้น ร่างกายของซาดาโกะก็เริ่มมีอาการผิดปกติ

ลำคอบวม ก้อนเนื้อไม่ยุบลง

เธอเข้าโรงพยาบาลในเดือนกุมภาพันธ์ คศ.1955 ด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

"อยู่ได้อีก 3 เดือน นานที่สุดก็ไม่เกิน 1 ปี"

ในเดือนกรกฎาคม เด็กอายุ 5 ขวบที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ได้เสียชีวิตลง

ซาดาโกะได้กล่าวกับพี่สาวที่อยู่ในห้องเดียวกันว่า "พวกเราก็คงตายแบบนั้นด้วยซินะ"

ซาดาโกะรู้เกี่ยวกับโรคของตนเอง

พี่สาวได้ดุว่า "อย่าพูดเรื่องแบบนั้นนะ"

แล้วทั้งสองคนก็กอดกันร้องไห้

ในเดือนสิงหาคม นกกระเรียนพันตัว ได้ถูกส่งมาจากนักเรียนชั้นมัธยมปลายในเมืองนาโงยา

พวกเธอตื้นตันใจในความสวยงามนั้น และก็เริ่มพับนกกระเรียนขึ้นบ้าง

ถ้าพับได้พันตัว คำอธิษฐานจะกลายเป็นจริง และจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวอีก...

ซาดาโกะจึงพับนกกระเรียนไปเรื่อยๆ ด้วยความเชื่อเช่นนั้น

ระหว่างนั้น อาการของซาดาโกะก็ทรุดหนักลง

ในเดือนกันยายน อาการบวมลุกลามไปทั่วร่างกาย ขาซ้ายก็บวมเป็น 1.5 เท่า

ซาดาโกะไม่ปริปากเรื่องความเจ็บปวดนั้น

แม้จะทรมานกับโรคเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ มีไข้สูง

แต่ซาดาโกะก็อดทน

ซาดาโกะเป็นห่วงพ่อแม่ ไม่อยากสร้างความกังวัลใจให้กับพ่อแม่

ซาดาโกะเคยแม้กระทั่งหนีออกจากโรงพยาบาล เดินลากขาเพื่อนำเงินค่าขนมไปซื้อยาแก้ปวดหัวให้กับแม่ที่เป็นโรคปวดศีรษะ

นกกระเรียนของซาดาโกะ มีมากกว่า 1,000 ตัวแล้ว

เป็นนกกระเรียนตัวเล็กๆ ขนาดเพียงแค่ 1 เซ็นติเมตร

ซึ่งเธอยังคงโดยใช้ปลายเข็มช่วยพับต่อไปอย่างตั้งอกตั้งใจ

วันที่ 25 ตุลาคม อาการของเธอทรุดหนัก

ซาดาโกะบอกกับพ่อที่ถามว่าอยากทานอะไรว่า "อยากทานข้าวราดน้ำชา"

"ไม่ต้องการของโรงอาหารข้างนอก (ที่แพง)"

"ทานข้าวของโรงพยาบาลก็พอ"

ซาดาโกะทานข้าวราดน้ำชาที่พ่อของเธอป้อนให้ และพูดออกมาคำเดียวว่า "อร่อยค่ะ" แล้วเธอก็สิ้นลมหายใจ

ภายหลังจากถูกผ่าชันสูตรศพ โดยองค์กรสำรวจปรมาณูของอเมริกา ซาดาโกะก็กลับถึงบ้าน

ภายในโลงศพ อาการบวมที่น่าทรมานของเธอ หายไปแล้ว

เป็นร่างของเด็กสาวสวย ที่นอนหลับอย่างสงบ

เด็กสาวที่ฝันว่าอยากเป็นครูพลศึกษา

จบชีวิตสั้นๆด้วยวัย 12 ขวบ และเดินทางไปสู่สรวงสวรรค์

หลังจากการเสียชีวิตของซาดาโกะ เพื่อร่วมชั้นเรียนได้ช่วยกันชวนเชิญ และเริ่มรณรงค์รับเงินบริจาค เพื่อสร้างรูปจำลองให้กับเด็กๆ ที่ตกเป็นเหยื่อระเบิดปรมาณู

ในปี คศ.1958 รูปจำลองสร้างเสร็จสิ้น เป็นร่างของซาดาโกะที่ไม่ละทิ้งความหวัง แต่ต่อสู้อย่างต่อเนื่องกับความลำบาก ด้วยการพับนกกระเรียน

เรียกความรู้สึกร่วมกันจากทั่วทั้งโลก

แต่หลังจากนั้น การปรมาณู "อย่างป่าเถื่อน" ก็ยังคงมีต่อไปอีก

จำนวนผู้เสียชีวิตหรือตกเป็นเหยื่อกัมมันตรังสีจากการทดลองระเบิดปรมาณู มีมากกว่าที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ

โศกนาฏกรรมของ "ซาดาโกะ" ก็ยังคงต่อเนื่องอยู่จนถึงปัจจุบัน